วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

บทที่ 1

บทที่ 1
บทนำ

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
ในการยุคของการสื่อสารไร้พรหมแดน ที่มีการพัฒนาระบบการติดต่อสื่อสาร และการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ปัจจุบันการสื่อสารที่มีบทบาทอย่างมาก คือการสื่อสารข้อมูลผ่านระบบอินเตอร์เน็ตทั้งด้านการศึกษา ด้านธุรกิจการบริการ ด้านธรกิจการซื้อขาย และการติดต่อ สื่อสาร อินเตอร์เน็ต (Internet) คือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกันทั่วโลก โดยมีมาตรฐานการรับ- ส่งข้อมูล ที่เหมือนกัน โดยที่ข้อมูลเหล่านั้นอาจจะเป็นตัวอักษรภาพนิ่งภาพเคลื่อน ไหว หรืออาจจะเป็นเสียงก็ได้ รวมทั้งยังมีความสามารถในการค้นหาข้อมูลที่อยู่แหล่งเป็นการศึกษาพื้นฐานที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตให้พร้อมที่จะทำประโยชน์แก่สังคม
รูปแบบการให้บริการของอินเตอร์เน็ตคนทั่วไปเมื่อได้ยินคำว่า อินเตอร์เน็ต มักจะคิดถึงเว็บ World Wide Web(www) เป็นรูปแบบการให้บริการที่เป็นสภาพแวดล้อมที่เป็นกราฟิกที่แสดงเว็บเพ็จจากสถานที่ต่างๆ ซึ่งสามารถอ่านข้อมูล ดาวน์โหลดไฟล์ ดูหนัง ฟังเพลง เติมข้อมูลในฟอร์ม โต้ตอบกับแอปพลิเคชัน (ที่เรียกว่า Appletsหรือ script)และค้นหาข้อมูล โดยแต่ละเว็บเพ็จจะมี แอ็ดเดรส(Address) เฉพาะที่ไม่เหมือนกัน และอีเมล์เท่านั้น เนื่องจากเป็นรูปแบบที่เห็นบ่อยและใช้งานเป็นประจำ ความจริงการให้บริการที่เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตมีมากมาย ซึ่งคุณอาจจะเป็นผู้หนึ่งที่สนใจการให้บริการเหล่านี้ก็ได้ รูปแบบการให้บริการของอินเตอร์มี Electronic Mail (E-mail) เป็นรูปแบบการให้บริการที่ให้ผู้ใช้งานรับ-ส่งข้อมูลหรือแมสเสจ (Message) ที่เป็นข้อความไปยังผู้อื่นผ่านทางอินเตอร์เน็ต นอกจากนี้ผู้ส่งยังสามารถส่งไฟล์อื่น ๆ นวัตกรรมสร้างความสะดวกสบายให้แก่ทุกองค์กร ซึ่งต่างมีนวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการในการบริโภคข่าวสารของผู้คน นวัตกรรมที่เห็นเด่นชัดก็คือ การทำสื่อออนไลน์อันได้แก่ เว็บไซต์ เพื่อเสนอข่าวให้ผู้คนได้รับรู้เพิ่มเติมอีกทางหนึ่ง ดังจะเห็นได้จากสื่อทั่วโลก ทุกประเภท ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ ต่างก็มีเว็บไซต์เสนอข่าวสารที่เคยเผยแพร่ในสื่อหลักมาแล้ว รวมทั้งข่าวสารใหม่ๆ เพื่อให้คนใช้ประโยชน์ได้ตลอดเวลาเว็บไซต์ก็มีนวัตกรรม มาเพิ่มเรื่อยๆ เว็บไซต์ก็มีนวัตกรรมเพื่อตอบสนองการสื่อสารของคนที่เข้ามาใช้บริการ โดยสร้างเว็บบล็อก (Weblog) ขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของเว็บไซต์ ให้คนได้แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน ด้วยการเขียนตอบโต้กัน ต่อมา เว็บบล็อกก็มีนวัตกรรมเกิดขึ้น นั่นคือพัฒนามาเป็นบล็อก (Blog) แยกเป็นอิสระออกมาจากเว็บไซต์ เรียกกันว่าเป็นเว็บยุค 2.0 ที่ผู้อ่านมีส่วนในการสร้างเนื้อหา ซึ่งถูกเขียนขึ้นในลำดับที่เรียงตามเวลาในการเขียน Blog ก็คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ Blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องการเมือง เรื่องกล้องถ่ายรูป เรื่องกีฬา เรื่องธุรกิจ ต่าง ๆ มากมาย
นโยบายการวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก ฉบับเดิมโดยพิจารณาให้สอดคล้อง กับแผนกลยุทธ์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ.2550-2556 ยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศและแผนพัฒนากองทัพบก ปี 2550-2554 ยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ พ.ศ.2550-2552 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ.2550-2554) แผนยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ พ.ศ.2547-2556 ตลอดจนสภาพและ การเปลี่ยนทางเทคโนโลยี ให้มีการเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงมีขีดความ สามารถในการป้องกัน ป้องปราม และรักษาผลประโยชน์ของชาติ สามารถยุติความขัดแย้งได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ฝ่ายเราเป็นฝ่ายได้เปรียบ โดยเน้นการปฏิบัติร่วมกันระหว่างเหล่าทัพ พัฒนาความรู้ความสามารถของกำลังพล ให้การทุกส่วนราชการจะต้องเปิด Web Site ของหน่วย เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสารต่อประชาชน โดยจะต้องรับผิดชอบในการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลให้ทันสมัยและถูกต้องอยู่ตลอดเวลา ทุกส่วนราชการจะต้องจัดให้มี Web Board และไปรษณีย์อีเล็กทรอนิกส์ตอบกลับในหน้า Web Site ของหน่วยเอง เพื่อให้ประชาชนได้ติดต่อ และมีสัมพันธ์กับหน่วยในการบริหารจัดการของกองทัพให้มีประสิทธิภาพ มีความยืดหยุ่นคล่องตัวสูง บริหารจัดการทรัพยากรของกองทัพในลักษณะรวมการพัฒนา และเสริมสร้างขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทหาร เพื่อการพึ่งตนเองทางทหารการกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์ทางทหาร และนำไปสู่การพัฒนาขีดความสามารถของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ให้ใช้มาตรการจูงใจต่าง ๆ สนับสนุน เพื่อให้การดำเนินการเป็นรูปธรรมโดยเร็ว จากนโยบายการวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก พ.ศ.2550-2556 ที่ 5/2550 เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและมีผลกระทบต่อกองทัพบกอย่างกว้างขวางมากมาย ซึ่งเป็นการวิวัฒน์ไปตามความเจริญทางเทคโนโลยีการสื่อสารวิทยาการ และข่าวสารต่างๆ ที่สามารถแพร่สะพัดไปตามส่วนต่างๆ ของโลก โดยปราศจากพรมแดนทางการเมือง ศาสนา วัฒนธรรม และระยะทางเป็นข้อจำกัด อันส่งผลให้เกิดการถ่ายเททางวัฒนธรรม การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร หรือกิจกรรม การดำเนินการของกองทัพบก ในการจัดสรรทรัพยากร ด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร สู่ประชาชน หรือองค์กรต่าง ๆ ในการสร้างนวัตกรรม (innovation) ซึ่งต้องอาศัยฐานความเข้มแข็งของทรัพยากรทางปัญญาเป็นสำคัญ ทำให้กิจกรรมการดำเนินการต่าง ๆ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของหน่วยทหารในกองทัพบกอยู่ในวงจำกัด กำลังพลในกองทัพบก หรือประชาชนทั่วไปไม่สารมารถเข้าถึงข่าวสาร ที่เป็นกิจกรรมการดำเนินการองค์กรได้ เพราะสังคมโลกเป็นสังคมเศรษฐกิจฐานความรู้ (knowledge based society and economy) ความรู้ของกำลังพลในกองทัพบก จึงเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของคุณภาพชีวิตกำลังพลในการพัฒนาศักยภาพด้านความรู้ และความสามารถ ที่จะทำให้กำลังพลในกองทัพบกปรับตัวและเพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน การสร้างนวัตกรรม และการพัฒนาส่วนต่างๆ ของสังคมทหารได้ สภาวะแวดล้อมในระดับโลก และในระดับประเทศ มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว
จากปัญหาข้างต้นที่มีผลกระทบ ต่อรูปแบบการบริหารจัดการดังกล่าวจำเป็นต้องปรับปรุงพัฒนา การนำเสนอข้อมูลข่าวสาร และการดำเนินกิจกรรมของหน่วยทหารในกองทัพบกในการใช้นวัตกรรม (Innovation) ที่กำลังมาแรงไม่มีสิ้นสุด เพื่อตอบสนองนโยบายกองทัพบกเพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสารต่อประชาชน ในการสื่อสารและเข้ามาใช้บริการ โดยสร้างเว็บบล็อก (Weblog) ขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของเว็บไซต์ ให้คนได้แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน เพราะเว็บบล็อกก็มีนวัตกรรมเกิดขึ้นเพื่อพัฒนาที่ผู้อ่านมีส่วนในการสร้างเนื้อหาบล็อก จึงทำให้เกิดทางเลือกที่จะนำนวัตกรรมทางเว็บบล็อกเป็นเครื่องมือ (Function) ในการใช้งานเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านตัวหนังสือ มีการพัฒนาเครื่องมือต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น ใส่ภาพ ใส่เสียง ใส่วิดีโอ มีการเผยแพร่ข้อมูลถึงกันและกันผ่าน Feed ต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการในการประชาสัมพันธ์ การดำเนินกิจกรรมให้สอดคล้องกับวิวัฒนาการที่เกิดขึ้น ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกระแสของความเร่งด่วนที่จะต้องสร้างเสริมให้คนในชาติมีความรู้ และเข้าถึงบทบาทการดำเนินงานของกองทัพบก และหน่วยทหารในกองทัพบกได้ นอกเหนือจากการมีทรัพยากรพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์ ถึงเวลาที่ต้องปรับกลยุทธ์อย่างขนานใหญ่ เพื่อสร้างคุณภาพของการนำเสนอกิจกรรม การดำเนินการให้กับคนไทยทุกคนเข้าใจบทบาททหารมากขึ้น เพื่อตอบสนองแนวนโยบายของกองทัพบกที่ ได้กำหนดยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ การป้องกันเชิงรุกในการจัดเตรียมกำลัง เสริมสร้าง พัฒนา และบริหารจัดการทรัพยากรทางทหารทั้งมวล ให้กองทัพสามารถพึ่งตนเองได้ และมีความพร้อมในการใช้กำลังเพื่อการป้องปราม การแก้ไขปัญหาและยุติความขัดแย้ง
จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น โครงการนี้จึงมีแนวคิด ที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ฯ ได้นำหลักการและแนวทางการจัดการความรู้ (knowledge management) เรื่อง การพัฒนาเว็บบล็อกมาประยุกต์ใช้ ในการประชาสัมพันธ์ การดำเนินการกิจกรรม และข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์แก่กำลังพล และประชาชนทั่วไป และเพื่อแนวทางการศึกษาปรับปรุง มาประยุกต์เพิ่มพลังในการเรียนรู้ การเข้าถึงความรู้ การรู้จักเลือกใช้ ดัดแปลง ปรับปรุง ต่อยอดความรู้ที่มีอยู่เดิม และหรือสร้างความรู้ใหม่ อันจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผลขององค์กรที่จัดและที่สนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในการพัฒนาเว็บบล็อกและ แนวการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ สังคมแห่งความรู้ และจัดการความรู้ในทุกระดับ ในกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ฯ และทุกมิติของหน่วยทหารในกองทัพบก เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการปฏิบัติการเชิงรุกในการให้กำลังพล และประชาชน ทั่วไปเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร กิจกรรม และการดำเนินการต่าง ๆ ในสังคมแนวคิดในการขับเคลื่อน กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ฯ ดำเนินการจัดการอบรมความรู้เว็บบล็อกเพื่อให้เอื้อต่อการใช้ความรู้ในการทำงานตามขอบเขตความรับผิดชอบ มีความสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางของการพัฒนาเว็บบล็อก เพื่อการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ฯ โดยมุ่งในการประชาสัมพันธ์และพัฒนาความรู้ เพื่อให้มีลักษณะเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ แต่ทว่าการพัฒนาเว็บบล็อก เพื่อประชาสัมพันธ์ และการศึกษา คุณภาพการจัดการเรียนรู้ให้กับกำลังพลในกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ฯ เป็นกระบวนการจัดการความรู้เรื่องใหม่สำหรับหน่วยงาน ในการพัฒนาเว็บบล็อก และสนับสนุนส่งเสริมการจัดการศึกษาให้กับกำลังพลภายในองค์กร ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่สามารถดำเนินการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ และการริเริ่มสร้างสรรค์เว็บบล็อกขึ้นภายในองค์กรได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ฯ ร่วมกับกองทัพบก จึงเห็นสมควรให้มีการดำเนินการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับองค์กร ด้วยการใช้กระบวนการจัดการความรู้ โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการจัดการความรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ฯ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของบทบาท ภารกิจ และการจัดการองค์กรให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด โดยเฉพาะการขับเคลื่อนการปฏิรูป การพัฒนา การศึกษา ซึ่งสอดคล้องตามประเด็นยุทธศาสตร์ ด้านการบริหารและจัดการศึกษา อีกทั้งเป็นการสานเจตนารมณ์กระทรวง ศึกษาธิการปีแห่งการปฏิรูปการเรียนการสอน ทั้งนี้ การดำเนินงานโครงการวิจัยกำหนดใช้กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ฯ เป็นฐานการพัฒนา ศึกษา และเป็นกลไกให้เกิดการผลักดันการใช้เว็บบล็อก เพื่อการประชาสัมพันธ์ กิจกรรมการดำเนินการ และการศึกษา ในการจัดการความรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรทางการศึกษา รวมทั้งเพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ การส่งเสริมให้องค์กรทางการศึกษาใช้การจัดการความรู้ในการพัฒนางานทั้งองค์กร ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ให้กับผู้เรียน หรือการปฏิรูปการเรียนรู้ให้มีคุณภาพ ภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมที่ใช้ความรู้เป็นฐานของการพัฒนาและการแข่งขันในปัจจุบัน

วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนาเว็บบล็อกฝึกอบรมกำลังพลกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์
2. เพื่อการประชาสัมพันธ์ภารกิจและกิจกรรรมกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์

3. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการฝึกอบรมกำลังพลกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1
มหาดเล็กรักษาพระองค์ ฯ
4. เพื่อศึกษาความคิดเห็น การฝึกอบรมกำลังพลกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ฯ เพื่อประชาสัมพันธ์

คำถามการวิจัย/สมมติฐาน
เว็บบล็อกจะเพิ่มประสิทธิภาพในการสนับสนุนส่งเสริมให้มีการประชาสัมพันธ์ขั้นพื้นฐานกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ฯ เชิงรุกอย่างไร

ความสำคัญของการวิจัย
1.ได้แผนการเรียนรู้ การฝึกอบรมเว็บบล็อกและการประชาสัมพันธ์ ในการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ
2. เป็นแนวทางสำหรับกองทัพบกและกำลังพลผู้สนใจในการพัฒนาเว็บบล็อก
3. ได้พัฒนาทักษะกิจกรรมการฝึกอบรม เพื่อเป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านเว็บบล็อกในอนาคต ต่อไป

ขอบเขตของการวิจัย
1. ตัวแปรที่สำคัญในการศึกษา
1.1 ตัวแปรอิสระ (Independent Variable) คือ เว็บบล็อก วิธีการอบรม แบบบรรยาย และปฏิบัติ
1.2 ตัวแปรตาม (Dependent Variable) คือ ผลสัมฤทธิ์จากการฝึกอบรมด้านความรู้และทักษะปฏิบัติของผู้เข้ารับการฝึกอบรม และความพึงพอใจของผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่มีต่อการฝึกอบรมด้วยรูปแบบการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเว็บบล็อกที่สร้างขึ้น
2. ประชาการ
จากการศึกษาความพร้อมและความเป็นไปได้ (feasibility study) เพื่อกำหนดกลุ่มองค์กรทางการศึกษาที่เป็นองค์กรเป้าหมายของการวิจัย เมื่อเดือน มกราคม ถึงพฤษภาคม 2552 สรุปเป้าหมายของการวิจัย ได้ดังนี้
2.1 กองทัพบกโดย กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ฯ ใช้กองร้อยปืนเล็กที่ 7 กองร้อย เป็นพื้นฐานที่อยู่ในเขตกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ฯ เป็นกลุ่มเป้าหมายของการวิจัย
2.2 กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ฯ มีการขยายผลรูปแบบการจัดการฝึกอบรมความรู้ ที่เพิ่มประสิทธิภาพให้กับกำลังพลขององค์กรในการพัฒนาเว็บบล็อก ภายในได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของจำนวน 7 กองร้อยปืนเล็ก จำนวนกำลังพล 1,200 นาย เลือกอย่างเฉพาะเจาะจง โดยมีเกณฑ์เบื้องต้นดังนี้
2.2.1 ภาวะผู้นำของผู้บริหาร
2.2.2 เป็นเจ้าหน้าที่ด้านข้อมูล
2.2.3 สมัครใจเข้าร่วมโครงการทั้งนี้ จากการศึกษาความเป็นไปได้ขององค์กร
2.3 กลุ่มเป้าหมายที่เลือกมาอย่างเฉพาะเจาะจงนั้น ได้กลุ่มเป้าหมาย ทั้ง 7 กองร้อย จำนวน 35 นาย โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
2.3.1 กลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เน็ตประจำ
2.3.2 กลุ่มเว็บมาสเตอร์หรือผู้ดูแลเว็บบล็อก

ขอบเขตของเนื้อหา
1. เนื้อหาที่ใช้ในการฝึกอบรมเว็บบล็อก และประชาสัมพันธ์ คือ เรื่องการ พัฒนาเว็บบล็อกและพัฒนาเทคนิคการใช้บล็อก ประกอบด้วย
1.1 การจัดการเรียนรู้ที่ 1 ความรู้เกี่ยวกับเว็บบล็อก
1.2 การจัดการเรียนรู้ที่ 2 การจัดองค์ประกอบหน้าเว็บบล็อกความรู้เกี่ยวกับเว็บบล็อก
1.3 การจัดการเรียนรู้ที่ 3 ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบหน้าเว็บบล็อก
1.4 การจัดการเรียนรู้ที่ 4 ความรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษา HTML
1.5 การจัดการเรียนรู้ที่ 5 การสร้างลิ้งก์ (Link)ภายในและภายนอก
1.6 การจัดการเรียนรู้ที่ 6 การเผยแพร่บทความและการป้องกันบทความ
1.7 การจัดการเรียนรู้ที่ 7 การสรุปและนำเสนอผลงาน
2. ระยะเวลาที่ใช้ในการอบรม จำนวน 7 วัน

นิยามศัพท์
บล็อก หรือ เว็บบล็อก (blog / weblog) หมายถึง หน้าหลักของเว็บไซต์ สำหรับเขียนบันทึกเล่าเรื่องราวประจำวัน เพื่อสื่อสารความรู้สึก ความคิด มุมมอง ประสบการณ์ ความรู้ และข่าวสาร แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน
การจัดการความรู้ (knowledge management) หมายถึง กระบวนการ (process) ที่ช่วยให้องค์กรสามารถค้นหา (find) คัดเลือก (select) จัดระบบ (organize) แพร่ขยาย (disseminate) และถ่ายโอน (transfer)สารสนเทศและความชำนาญ เพื่อสร้างขุมความรู้และภูมิปัญญาที่จำเป็น
การพัฒนาทักษะ หมายถึง การปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งให้มีความชำนาญหรือรู้จริงถูกต้อง
ยุทธศาสตร์ หมายถึง แนวทางในการบรรลุจุดหมายของหน่วยงาน ดังนั้น จุดหมายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งในการจัดทำยุทธศาสตร์ โดยผู้จัดทำจำเป็นต้องกำหนด จุดหมายของหน่วยงานให้ชัดเจน เพื่อให้ยุทธศาสตร์ที่ได้ออกมานั้นตรงตามความต้องการ และดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง
กลยุทธ์ หมายถึง สิ่งที่หน่วยงานจะดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ โดย กลยุทธ์นี้ จะกำหนดขึ้นจากการพิจารณาปัจจัยแห่งความสำเร็จ (critical success factors) เป็นสำคัญ กล่าวคือ ต้องพิจารณาว่าในการที่จะบรรลุเป้าประสงค์ข้อหนึ่ง ๆ นั้น มีปัจจัยใดบ้างที่มีผลต่อความสำเร็จ และเราจำเป็นต้องทำอย่างไร จึงจะไปสู่จุดนั้นได้
การปฏิบัติงานสู่เป้าหมายรูปแบบ หมายถึง แนวคิด ระบบ โครงสร้าง และวิธีปฏิบัติในการพัฒนากระบวนการจัดการความรู้ขององค์กร
กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ฯ หมายถึง หน่วยทหารในกองทัพบก ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการถวายความปลอดภัย และถวายพระเกียรติ แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว,สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์
กองร้อยปืนเล็ก หมายถึง หน่วยทหารที่ควบคุมยอดกำลังพลเป็นหมวด หมู่ และเป็นชุด
โดยใน 1 กองร้อยปืนเล็ก มีกำลังพลไม่ถึง 600 นาย
เจ้าหน้าที่ หมายถึง ข้าราชการประจำที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแผนกงานต่าง ๆ
กำลังพล หมายถึง ข้าราชการทหารประจำการในกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ฯ
องค์กร หมายถึง กองร้อยปืนเล็กทั้ง 7 กองร้อย
ประสิทธิภาพขององค์กร หมายถึง การดำเนินงานขององค์กรเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายอย่างน้อย 3 ประการไปพร้อมๆ กัน ได้แก่ เป้าหมายของงาน เป้าหมายของการพัฒนาคน และเป้าหมายการพัฒนาองค์กร
ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 หมายถึง
80 ตัวแรก หมายถึง ค่าร้อยละของคะแนนเฉลี่ยรวมของกำลังพลที่เข้ารับการฝึกอบรมทุกคนที่ได้จาก แบบทดสอบย่อยท้ายแผนการจัดการเรียนรู้แต่ละแผน แบบสังเกตพฤติกรรมระหว่างเรียน
80 ตัวหลัง หมายถึง ค่าร้อยละของคะแนนเฉลี่ยของกำลังพลที่ได้จากการ ทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน
ผลสัมฤทธิ์ หมายถึง ผลลัพธที่เกิดขึ้นจากการกระทํา หรือ ผลสำเร็จตามตัวชี้วัดของผลผลิต และผลสำเร็จตามตัวชี้วัดของผลลัพธ์ที่บรรลุตามเป้าหมาย
ความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้สึกที่ดีหรือความชอบของกำลังพลที่มีต่อการจัดกิจกรรม การฝึกอบรม และเต็มใจ มีความกระตือรือร้นที่จะปฏิบัติกิจกรรม

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. การประชาสัมพันธ์กิจกรรมการดำเนินการขององค์กร
2. เป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภายในองค์ในการใช้เว็บบล็อกอย่างมีประสิทธิภาพ
3. สามารถนำความรู้ที่ได้จากการวิจัย ไปประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับความต้องการและ
ให้เกิดประโยชน์ขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Google